เมืองลาวักและเมืองวีกัน

การรักษาไว้ของสภาพเมืองโบราณที่ยอดเยี่ยมดั่งเครื่องย้อนเวลากลับไปเยี่ยมชมประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม
และมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างสวยงาม

การรักษาไว้ของสภาพเมืองโบราณที่ยอดเยี่ยมดั่งเครื่องย้อนเวลากลับไปเยี่ยมชมประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม และมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างสวยงาม

เกี่ยวกับ เมืองลาวักและเมืองวีกัน

อีโลโคสเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน ในอดีตเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลติดต่อค้าขายระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้กับประเทศจีน ก่อนที่จะถูกปกครองโดยประเทศสเปนในยุคล่าอาณานิคม
ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 จังหวัดอีโลโคสสามารถที่จะแบ่งได้เป็นสองส่วน
คืออีโลโคสนอร์เตที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ และอีโลโคสซูร์ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เมืองลาวักเป็นเมืองหลวงของอีโลโคสนอร์เต และเป็นเมืองที่มีสีสันเต็มไปด้วยบริษัทเอกชนและศูนย์ราชการ สถาบันการศึกษาสถานบันเทิงและ
ห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตามเมืองลาวักยังคงมีกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่า
ที่ซึ่งมีสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และสถานที่บ่งชี้ทางประวัติจำนวนมากมาย
เมืองวีกันเป็นเมืองหลวงของอีโลโคสซูร์ซึ่งมีความเงียบสงบและเป็นตัวอย่าง
ที่สมบูรณ์แบบของการผสมผสานศิลปะของเอเชียและยุโรปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เห็นได้จากสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองต่างๆ เมืองวีกัน
มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตั้งแต่มรดกโลกของยูเนสโก อาคารบ้านเรือนเก่า
ที่ได้รับอิทธิพลสมัยยุคล่าอาณานิคมชายฝั่งทะเลที่มีหาดทรายสีขาว และทะเลทรายที่กว้างขวาง เพียบพร้อมทั้งกิจกรรมที่มากมายเช่นการเดินเล่น
ในตัวเมืองเก่า การขับรถ 4*4 ในทะเลทราย และการเล่นกระดานโต้คลื่น
ในทะเลทรายซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

อีโลโคสเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน ในอดีตเป็นเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลติดต่อค้าขายระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้กับประเทศจีน ก่อนที่จะถูกปกครองโดยประเทศสเปนในยุคล่าอาณานิคมในคริสต์ศตวรรษที่ 16 จังหวัดอีโลโคสสามารถที่จะแบ่งได้เป็นสองส่วน คืออีโลโคสนอร์เตที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ และอีโลโคสซูร์ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เมืองลาวักเป็นเมืองหลวงของอีโลโคสนอร์เต และเป็นเมืองที่มีสีสันเต็มไปด้วยบริษัทเอกชนและศูนย์ราชการ สถาบันการศึกษาสถานบันเทิงและห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตามเมืองลาวักยังคงมีกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าที่ซึ่งมีสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และสถานที่บ่งชี้ทางประวัติจำนวนมากมาย เมืองวีกันเป็นเมืองหลวงของอีโลโคสซูร์ซึ่งมีความเงียบสงบและเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการผสมผสานศิลปะของเอเชียและยุโรปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เห็นได้จากสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองต่างๆ เมืองวีกันมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตั้งแต่มรดกโลกของยูเนสโก อาคารบ้านเรือนเก่าที่ได้รับอิทธิพลสมัยยุคล่าอาณานิคมชายฝั่งทะเลที่มีหาดทรายสีขาว และทะเลทรายที่กว้างขวาง เพียบพร้อมทั้งกิจกรรมที่มากมายเช่นการเดินเล่นในตัวเมืองเก่า การขับรถ 4*4 ในทะเลทราย และการเล่นกระดานโต้คลื่นในทะเลทรายซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ประสบการณ์และความสนุกสนานในเมืองลาวักและเมืองวีกัน

กาลเล คริสโตโลโก (Calle Crisologo)

กาลเล คริสโตโลโก ตั้งอยู่ในเมืองวีกัน จังหวัดอีโลโคสซูร์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ยอดนิยมในเมืองวิกันเนื่องจากได้รับการเลือกเป็นมรดกโลกของทางยูเนสโกในปี
พ.ศ. 2542 กาลเล คริสโตโลโก เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับประเทศฟิลิปปินส์ เพราะว่าเป็นการผสมผสานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมแบบเอเชีย (จีนและฟิลิปปินส์) และการก่อสร้างแบบยุโรปสมัยล่าอาณานิคม (สเปน) ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสกลิ่นอายความมีเอกลักษณ์นี้จากสถาปัตยกรรมสเปนโบราณโดยเฉพาะบ้านของเศรษฐีหรือพ่อค้าชาวฟิลิปปินส์-จีน และถนนที่ทำจากหินโบราณทรงลูกเต๋า กิจกรรมที่แนะนำเมื่อได้มาเยือนเมืองวีกันคือการซื้อทัวร์ชมเมืองโบราณ การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หรือการนั่ง Kalesa หรือรถม้าสเปนโบราณ รวมถึงการนั่งทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคที่สวยงาม

กาลเล คริสโตโลโก ตั้งอยู่ในเมืองวีกัน จังหวัดอีโลโคสซูร์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองวิกันเนื่องจากได้รับการเลือกเป็นมรดกโลกของทางยูเนสโกในปี พ.ศ. 2542 กาลเล คริสโตโลโก เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับประเทศฟิลิปปินส์เพราะว่าเป็นการผสมผสานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมแบบเอเชีย (จีนและฟิลิปปินส์) และการก่อสร้างแบบยุโรปสมัยล่าอาณานิคม (สเปน) ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสกลิ่นอายความมีเอกลักษณ์นี้จากสถาปัตยกรรมสเปนโบราณโดยเฉพาะบ้านของเศรษฐีหรือพ่อค้าชาวฟิลิปปินส์-จีน และถนนที่ทำจากหินโบราณทรงลูกเต๋า กิจกรรมที่แนะนำเมื่อได้มาเยือนเมืองวีกันคือการซื้อทัวร์ชมเมืองโบราณ การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หรือการนั่ง Kalesa หรือรถม้าสเปนโบราณ รวมถึงการนั่งทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคที่สวยงาม

โบสถ์ซานออกุสติน (Paoay church)

Paoay church หรือที่รู้จักกันในนามโบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่จังหวัดอีโลโคสนอร์เต โบสถ์ซานออกุสตินเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นแบบบาโรกที่มีลักษณะอันใหญ่โตและอลังการ ซุ้มโบสถ์หน้าอาคารเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะของสเปน จีน และฟิลิปปินส์ซึ่งมีผสมทั้งแบบโกธิค บาโรก และแบบตะวันออก ดังนั้น โบสถ์ซานออกุสตินจึงถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2536 ด้วยลักษณะของโบสถ์ที่ยืนตระหง่าน ทัศนียภาพที่สวยงามรายล้อมโบสถ์ รวมถึงท้องฟ้าสดใสที่เป็นฉากหลังของโบสถ์นี้ รวมกันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทำให้
โบสถ์ซานออกุสตินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไม่เหมือนที่อื่น

Paoay church หรือที่รู้จักกันในนามโบสถ์ซานออกุสติน เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่จังหวัดอีโลโคสนอร์เต โบสถ์ซานออกุสตินเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นแบบบาโรกที่มีลักษณะอันใหญ่โตและอลังการ ซุ้มโบสถ์หน้าอาคารเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะของสเปน จีน และฟิลิปปินส์ซึ่งมีผสมทั้งแบบโกธิค บาโรก และแบบตะวันออก ดังนั้น โบสถ์ซานออกุสตินจึงถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2536 ด้วยลักษณะของโบสถ์ที่ยืนตระหง่าน ทัศนียภาพที่สวยงามรายล้อมโบสถ์ รวมถึงท้องฟ้าสดใสที่เป็นฉากหลังของโบสถ์นี้ รวมกันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทำให้ โบสถ์ซานออกุสตินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไม่เหมือนที่อื่น

ทะเลทรายลาปาซ (La Paz Sand dunes)

ทะเลทรายลาปาซ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักไปเยือนเมื่อเดินทางมาเมืองลาวัก ทะเลทรายแห่งนี้มีพื้นที่ถึง 85 ตารางกิโลเมตรขนานไปกับชายฝั่งทะเล ทะเลทรายแห่ง
อีโลโคสเกิดจากกระทำของลม ทะเล และแม่น้ำด้วยกันจนทำให้เกิดการกัดเซาะและย่อยสลายเป็นทะเลทราย ความสูงของทะเลทรายอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 30 เมตร ซึ่งทำให้เกิดกิจกรรมมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย เช่นการขับรถท้าทายสันทรายแบบ 4*4 หรือการเล่นกระดานโต้คลื่นกลางทะเลทราย และเป็นกิจกรรมที่ต้องทำและ
ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาที่ทะเลทรายลาปาซ

ทะเลทรายลาปาซ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักไปเยือนเมื่อเดินทางมาเมืองลาวัก ทะเลทรายแห่งนี้มีพื้นที่ถึง 85 ตารางกิโลเมตรขนานไปกับชายฝั่งทะเล ทะเลทรายแห่งอีโลโคสเกิดจากกระทำของลม ทะเล และแม่น้ำด้วยกันจนทำให้เกิดการกัดเซาะและย่อยสลายเป็นทะเลทราย ความสูงของทะเลทรายอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 30 เมตร ซึ่งทำให้เกิดกิจกรรมมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย เช่นการขับรถท้าทายสันทรายแบบ 4*4 หรือการเล่นกระดานโต้คลื่นกลางทะเลทราย และเป็นกิจกรรมที่ต้องทำและไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาที่ทะเลทรายลาปาซ

กังหันลมบังกุย (Bangui windmills)

กลุ่มกังหันลมบังกุย ตั้งอยู่ในจังหวัดอีโลโคสนอร์เต กลุ่มกังหันลม 20 ตัวนี้แสดงรูปทรง
ที่สวยงามท่ามกลางชายฝั่งของอ่าวบังกุย และหันไปทางทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก กังหันลม
นี้มีความสูง 70 เมตรและใบกว้างถึง 40 เมตรยาวเรียงรายเรียบชายฝั่งทะเลเป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร กังหันลมบังกุยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักท่องเที่ยวจะได้รับความเพลิดเพลินเพลินไปกับการชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
ของกังหันลมและทัศนียภาพชายฝั่งทะเล การถ่ายรูปคู่กับกังหันลมยักษ์เป็นสิ่งที่แนะนำ
ในการมาที่นี่

กลุ่มกังหันลมบังกุย ตั้งอยู่ในจังหวัดอีโลโคสนอร์เต กลุ่มกังหันลม 20 ตัวนี้แสดงรูปทรงที่สวยงามท่ามกลางชายฝั่งของอ่าวบังกุย และหันไปทางทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก กังหันลมนี้มีความสูง 70 เมตรและใบกว้างถึง 40 เมตรยาวเรียงรายเรียบชายฝั่งทะเลเป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร กังหันลมบังกุยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักท่องเที่ยวจะได้รับความเพลิดเพลินเพลินไปกับการชมทิวทัศน์ที่สวยงามของกังหันลมและทัศนียภาพชายฝั่งทะเล การถ่ายรูปคู่กับกังหันลมยักษ์เป็นสิ่งที่แนะนำในการมาที่นี่

การก่อตัวของหิน Kapurpurawan (Kapurpurawan Rock Formation)

การก่อตัวของหิน Kapurpurawan ตั้งอยู่ในจังหวัดอีโลโคสนอร์เต เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นหลายพันปีก่อนซึ่งเกิดจากอนุภาคชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่พัดมาสะสมบริเวณ
ริมชายฝั่งทะเลโดยคลื่น และกลายมาเป็นกลุ่มหินธรรมชาติที่มีลักษณะทางธรณีวิทยา
ที่แตกต่างกันหลายกลุ่ม ปัจจุบัน การก่อตัวของหิน Kapurpurawan ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและตั้งอยู่ใกล้กับกังหันลมบังกุย จากมุมมองที่แตกต่างกัน รูปทรงที่แตกต่างกันของกลุ่มหินอาจจะถูกมองเห็นและตีความได้แตกต่างกันออกไป เช่น มีลักษณะคล้ายหัว เปลเด็ก หรือกระทั่งเป็นมังกรที่นอนหลับไหลอยู่ นักท่องเที่ยวมาที่นี่เพื่อในการ
เดินเล่นและถ่ายรูปคู่กับกลุ่มหินมหัศจรรย์เหล่านี้

การก่อตัวของหิน Kapurpurawan ตั้งอยู่ในจังหวัดอีโลโคสนอร์เต เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นหลายพันปีก่อนซึ่งเกิดจากอนุภาคชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่พัดมาสะสมบริเวณริมชายฝั่งทะเลโดยคลื่น และกลายมาเป็นกลุ่มหินธรรมชาติที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่แตกต่างกันหลายกลุ่ม ปัจจุบัน การก่อตัวของหิน Kapurpurawan ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและตั้งอยู่ใกล้กับกังหันลมบังกุย จากมุมมองที่แตกต่างกัน รูปทรงที่แตกต่างกันของกลุ่มหินอาจจะถูกมองเห็นและตีความได้แตกต่างกันออกไป เช่น มีลักษณะคล้ายหัว เปลเด็ก หรือกระทั่งเป็นมังกรที่นอนหลับไหลอยู่ นักท่องเที่ยวมาที่นี่เพื่อในการเดินเล่นและถ่ายรูปคู่กับกลุ่มหินมหัศจรรย์เหล่านี้

ไส้กรอกลองกานิสา (Longganisa)

ไส้กรอกลองกานิสา เป็นไส้กรอกรสชาติถูกปากแบบสเปนทำจากเนื้อหมูเป็นหลัก โดยมีการปรุงรสชาติแบบดั้งเดิมโดยใช้อบเชย เมล็ดผักชี กระเทียม ลูกจันทน์เทศ พริกปาปริก้า และน้ำสมสายชู ไส้กรอกลองกานิสา ในแบบฉบับเมืองวีกันมีความโด่งดังจากส่วนผสมจำนวนมากของกระเทียมและเครื่องเทศ และมีความแตกต่างจากเมืองอื่นเพราะว่ามีขนาดเล็ก และอวบอ้วน และไม่หวานเหมือนไส้กรอกของเมืองอื่น สิ่งที่เป็นคำจำกัดความที่ดีของไส้กรอกวีกัน คือ มีความเผ็ด เค็ม เปรี้ยวและเต็มไปด้วยกระเทียม

หมูสามชั้นทอด (Bagnet)

Bagnet เป็นอีกอาหารพื้นเมืองของเมืองอีโลโคสซึ่งทำจากการเอาเนื้อหมูสามชั้น ที่หมักโดยซอสสูตรอีโลโคสแล้วนำไปทอดแบบน้ำมันท่วม และเสิร์ฟพร้อมกับมะเขือเทศ เกลือกะปิ และกระเทียม เมื่อได้รับการทอดแบบน้ำมันท่วม เนื้อหมูสามชั้นถูกรีดไขมันออกไป และ
การทอดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเนื้อหมูกรอบมาก ปัจจุบัน Bagnet เป็นอาหารยอดนิยมของเมืองอีโลโคสที่ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย หรือเป็นขนมขบเคี้ยวกินคู่กับเบียร์

Bagnet เป็นอีกอาหารพื้นเมืองของเมืองอีโลโคสซึ่งทำจากการเอาเนื้อหมูสามชั้น ที่หมักโดยซอสสูตรอีโลโคสแล้วนำไปทอดแบบน้ำมันท่วม และเสิร์ฟพร้อมกับมะเขือเทศ เกลือกะปิ และกระเทียม เมื่อได้รับการทอดแบบน้ำมันท่วม เนื้อหมูสามชั้นถูกรีดไขมันออกไป และ การทอดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเนื้อหมูกรอบมาก ปัจจุบัน Bagnet เป็นอาหารยอดนิยมของเมืองอีโลโคสที่ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย หรือเป็นขนมขบเคี้ยวกินคู่กับเบียร์

ขนมโดโดล (Dodol)

แม้ว่าจะเป็นขนมยอดนิยมทั้งในประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนิเซีย ขนมโดโดลเป็นขนมแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวจะสามารถหาได้ในเมืองอีโลโคส ขนมโดโดลทำจากข้าว กะทิ น้ำอ้อย และเมล็ดโป๊ยกั๊ก ความลับที่ทำให้ขนมชิ้นนี้อร่อยคือการคนอย่างต่อเนื่องและอดทนโดยใช้ไฟอ่อนๆ เป็นขนมที่เรียกได้ว่ามีความเหนียวหนึบหนับ และหวาน โดยปกติแล้ว
ขนมโดโดลจะได้รับการตระเตรียมเพื่อใช้ในงานเทศกาลในเมือง Paoay

แม้ว่าจะเป็นขนมยอดนิยมทั้งในประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนิเซีย ขนมโดโดลเป็นขนมแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวจะสามารถหาได้ในเมืองอีโลโคส ขนมโดโดลทำจากข้าว กะทิ น้ำอ้อย และเมล็ดโป๊ยกั๊ก ความลับที่ทำให้ขนมชิ้นนี้อร่อยคือการคนอย่างต่อเนื่องและอดทนโดยใช้ไฟอ่อนๆ เป็นขนมที่เรียกได้ว่ามีความเหนียวหนึบหนับ และหวานโดยปกติ แล้วขนมโดโดลจะได้รับการตระเตรียมเพื่อใช้ในงานเทศกาลในเมือง Paoay

การเดินทางโดยเครื่องบิน

สนามบินหลักในเมืองลาวักคือ Laoag international airport และเป็นสนามบินเดียว
ในจังหวัดอีโลโคสนอร์เต มีเพียงสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ที่ทำการบินจากกรุงมะนิลามายังกรุงลาวักโดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งซึ่งนับเป็นการเดินทาง
ที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในการที่จะมาเยือนเมืองลาวัก

สนามบินหลักในเมืองลาวักคือ Laoag international airport และเป็นสนามบินเดียวในจังหวัดอีโลโคสนอร์เต มีเพียงสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ที่ทำการบินจากกรุงมะนิลามายังกรุงลาวักโดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งซึ่งนับเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในการที่จะมาเยือนเมืองลาวัก

การเดินทางโดยเรือเฟอรี่

ไม่มีบริการการเดินเรือเฟอรี่จากกรุงมะนิลามายังเมืองลาวัก ดังนั้นนักท่องเที่ยวจำเป็นที่ จะต้องใช้บริการของเครื่องบิน รถโดยสาร และการขับรถยนต์แทน

การเดินทางโดยรถโดยสาร

ปัจจุบันมีบริษัทรถโดยสาร 2 บริษัทที่ทำการเดินรถจากกรุงมะนิลามายังกรุงลาวัก ได้แก่บริษัท Partas Transporatation Company และบริษัท  Farinas Transit โดยจะมีการเดินรถโดยสารถึงสามครั้งต่อวัน และใช้เวลาเดินทางประมาณ 9-10 ชั่วโมง

การเดินทางโดยรถยนต์

นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเช่ารถและขับรถจากกรุงมะนิลามายังเมืองลาวักได้ โดยระยะทางระหว่างกรุงมะนิลามายังเมืองลาวักมีระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตรซึ่งจะใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 7-8 ชั่วโมง

Wake Up in Ilocos
Region : Laoag & Vigan

ด้วยการเดินทางอันไม่มีที่สิ้นสุด การผจญภัยอันสุดตื่นเต้น ทิวทัศน์ท้องทะเลระดับโลก ภูมิประเทศที่น่าทึ่ง และสิ่งมีชีวิตแสนอัศจรรย์ ประเทศฟิลิปปินส์โดดเด่นขึ้นมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และฟิลิปปินส์พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม โปรดเตรียมตัวและใฝ่ฝันถึงการเดินทางครั้งใหม่ และตื่นมาพร้อมกับประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ในฟิลิปปินส์

NEWSLETTER

Sign up to receive the best offers

Philippine Department of Tourism Thailand

เลขที่ 1111/32, ชั้น4, ถนนลาดพร้าว, แขวงจันทร์เกษม, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร, 10900

Tel : 065 426 6626

SOCIAL MEDIA

Philippine Tourism Thailand © Copyright 2022. All rights reserved

Contact Us